Product Reviews

25 Aug 2025

บทความรีวิวลำโพงเรือธงรุ่นนิยมล่าสุด AUDIOVECTOR QR7 จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีใหม่ เอาใจสายโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์

หลังจากได้ยินชื่อเสียงของลำโพงตัวนี้มานาน แถมเสียงรีวิวจากผู้เชี่ยวชาญหลายท่านก็ต่างเทใจ ยกให้ QR7 จาก AUDIOVECTOR

บทความรีวิวลำโพงเรือธงรุ่นนิยมล่าสุด AUDIOVECTOR QR7 จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีใหม่ เอาใจสายโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์

หลังจากได้ยินชื่อเสียงของลำโพงตัวนี้มานาน แถมเสียงรีวิวจากผู้เชี่ยวชาญหลายท่านก็ต่างเทใจ ยกให้ QR7 จาก AUDIOVECTOR เป็นลำโพงราคาเข้าถึงได้แต่ให้ศักยภาพเสียงเทียบชั้นลำโพงระดับซูเปอร์ไฮเอนด์ซีรีส์ R-Series ของผู้ผลิตเดียวกัน วันนี้ Stuart Smith ได้ฤกษ์จับปากกามารีวิวให้เราอ่านกันว่าลำโพงตัวที่เขาเล็งเอาไว้ที่เขาหมายปองมานานนับแต่เปิดตัวในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กังวานเพราะสมการรอคอยหรือไม่

อนุกรมซีรีส์ QR ของ AUDIOVECTOR: กะทัดรัด จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีใหม่ เอาใจสายโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์

อนุกรมซีรีส์ QR ของทาง AUDIOVECTOR ประกอบไปด้วยลำโพงตั้งพื้นถึง 3 รุ่น (รวม QR7 ที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้) ลำโพงวางบนขาตั้งจำนวน 2 รุ่น ลำโพงติดผนัง 1 รุ่น ซับวูฟเฟอร์และลำโพง Centre อีกอย่างละ 1 รุ่น ซึ่งถ้าศึกษาจากสเปคของลำโพงซีรีส์นี้ จะเห็นว่า AUDIOVECTOR ตั้งใจออกแบบลำโพงซีรีส์นี้ออกมาเอาใจนักฟังเพลงสาย Home-Cinema เป็นพิเศษ แต่ก็ยังไม่นอกใจสาวกนักฟังเพลงสาย Two-Channel Stereo มีให้เลือกถึง 3 สีด้วยกัน ประกอบด้วย สีน้ำตาล Dark Walnut, สีดำ Piano Black และสีขาว White Silk ซึ่งจะเป็นตัวที่เราได้โอกาสมาทำการทดลองฟัง

Finishing: 3 สีด้วยกัน ประกอบด้วย สีน้ำตาล Dark Walnut, สีดำ Piano Black และสีขาว White Silk

ด้วยตัวเลือกของสีและการ Finishing พื้นผิวของผลิตภัณฑ์ ลำโพงจากซีรีส์นี้ทำออกมาได้เนียนกริบและประณีตมากๆ สมมูลค่ากับทุกชิ้นส่วนที่ทางแบรนด์จัดเต็มลงไปในตัวลำโพงของพวกเขา และสมน้ำสมเนื้อกับราคาขายที่ทางแบรนด์ตั้งไว้ โดย QR7 ของ AUDIOVECTOR เป็นลำโพงแบบ 3 ทาง ประกอบด้วยไดรเวอร์ ขนาด 8 นิ้วจำนวน 2 ตัวแบบ Bass Reflex มาทำการ Downward Firing ยิงลงด้านล่างให้มวลอากาศไหลผ่านทางช่องพอร์ตด้านล่างใต้ลำโพงที่ทางแบรนด์ออกแบบเอาไว้ ไดรเวอร์มิดเรนจ์ของ QR7 มีขนาด 6 นิ้ว และมีตัวขับสัญญาณความถี่สูงพิเศษแบบ AMT ตั้งอยู่บนสุดของลำโพง

ข้ามมาดูเรื่อง “ไดรเวอร์” ของ QR7

จุดเด่นของลำโพงรุ่น QR7 คือทวีตเตอร์แบบพิเศษ AMT ที่ตั้งอยู่ด้านบนสุดของ Faceplate ที่ทำจากโลหะอะลูมิเนียม ผ่านการกลึงและกลาสบีดให้เป็นรอยเสี้ยนเล็กๆ ก่อนทำการชุบอะโนไดซ์สีเทาทังสเตน แผ่น Dispersion Mesh สีทองแชมเปญที่หุ้มหน้ากรวยทวีตเตอร์ AMT ของพวกเขา นอกจากจะให้สีสันที่โดดเด่นออกมาจากองค์ประกอบอื่นๆ ในลำโพงแล้ว ยังซ่อนเทคนิคพิเศษที่สำคัญในการถ่ายทอดสัญญาณความถี่สูง ด้วยการทำหน้าที่เป็น S-Stop Filter โดยวิศวกรจาก AUDIOVECTOR เขาได้แรงบันดาลใจในการคิดค้นเทคนิคพิเศษนี้มาจาก Pop Filter หรือแผ่นดักเสียง/แผ่นกันลม ที่ทำมาจากตาข่ายไนลอนหรือโลหะบางๆ ที่วางอยู่หน้าไมโครโฟนในห้องอัดเสียงสตูดิโอต่างๆ โดยจุดประสงค์ของ Pop Filter คือกั้นเสียงลมส่วนเกินจากการออกเสียงพยัญชนะเปิด (Plosives) หรือเสียงเสียดแทรก (Silinants) พวกตัว S/Ch/Sh ต่างๆ ที่นักร้องเปล่งออกมาจนทำให้หัวเสียงไม่ชัดเจนและเกิดอาการเบลอนั่นเอง

จุดเด่นของลำโพงรุ่น QR7 คือทวีตเตอร์แบบพิเศษ AMT ที่ตั้งอยู่ด้านบนสุดของ Faceplate ที่ทำจากโลหะอะลูมิเนียม

ไดรเวอร์ตัวถัดไปที่ตั้งอยู่ระหว่างทวีตเตอร์ AMT กับไดรเวอร์เบสอีก 2 ตัว คือไดรเวอร์ระดับมิดเรนจ์ขนาด 6 นิ้ว มาพร้อมกับเทคโนโลยีพิเศษที่เรียกว่า Pure Piston Technology โดยทาง AUDIOVECTOR เลือกใช้แม่เหล็กแบบ Dual Magnet ในการทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กถาวรสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าให้ตัดกับสนามแม่เหล็กจากตัว Voice Coil ให้ดอกลำโพงสามารถขยับขึ้นลงได้สุดคันชักประดุจลูกสูบที่สมบูรณ์แบบในย่านความถี่หลายออกเทฟแบบไม่ออกอาการเสียงเพี้ยนให้กวนใจ เทคนิคพิเศษนี้ AUDIOVECTOR ตั้งใจคิดค้นขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อกลบจุดด้อยของไดรเวอร์ที่ทำมาจากอะลูมิเนียมหรือเพชร ที่มักมาพร้อมกับความเพี้ยนในการถ่ายทอดเสียงดนตรี ซึ่งไดรเวอร์ที่น้อมนำ Pure Piston Technology ไปใช้จะสามารถถ่ายทอดเสียงด้วยความเพี้ยนที่น้อยมากๆ ผลลัพธ์คือเสียงดนตรีจะมีความอบอุ่น เเม่นยำ ให้รายละเอียดที่ถูกต้อง แต่ไม่แห้งกร้านขาดชีวิตชีวาแต่อย่างใด

ในลำโพงรุ่น QR7 นี้ AUDIOVECTOR ใช้ไดรเวอร์เบสในการขับสัญญาณเสียงทุ้มถึง 2 ตัวด้วยกัน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 นิ้ว มองภายนอกเหมือนไดรเวอร์ทั่วไปแต่ไดรเวอร์เบสด้านในทั้ง 2 ตัวหันหน้ายิงลงพื้นในลักษณะ Downward Firing ครับ ให้เสียงไม่เกิดอาการอั้นเพราะมวลเสียงและลมจะระบายผ่านท่อระบายที่เจาะอยู่บริเวณใต้ลำโพง ไดรเวอร์เบสของ AUDIOVECTOR น่าสนใจตรงที่เมมเบรนหน้ากรวยลำโพงของพวกเขาประกอบวัสดุ 2 ประเภทด้วยกัน เป็นการผสมผสานระหว่างการใช้อะลูมิเนียมเพื่อเสริมความเเข็งแรงจำนวน 2 แผ่นมาประกบกันเป็นแซนด์วิชมีไส้ในเป็นโฟมนิ่มๆ แทรกไว้ตรงกลางอีกที แค่วัสดุหน้ากรวยลำโพงยังสลักซับซ้อนขนาดนี้เพราะทางแบรนด์เขาตั้งเป้าว่า กรวยลำโพงของพวกเขาจะต้องมีคุณสมบัติที่แข็งแต่เบา…กล่าวคือ คุณสมบัติดังกล่าวนี้จะช่วยให้หน้ากรวยลำโพงกระพือตัวได้ด้วยความเร็วที่มากขึ้น ความหน่วงและความเฉื่อยก็จะน้อยลง เสียงก็จะไม่ออกอาการเพี้ยนหรือ Distortion ขณะฟัง

“ไดรเวอร์” ของ QR7

ลำโพงรุ่น QR7 ของ AUDIOVECTOR สามารถตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 28-52kHz แปลว่าเอาอยู่ครบทุกย่านตั้งแต่ความถี่ระดับต่ำจนถึงระดับสูงลิบลิ่ว โดยไดรเวอร์เบสขนาด 8 นิ้วทั้ง 2 ตัวนั้นสามารถรองรับขับสัญญาณความถี่สูงได้ถึงระดับที่ 425Hz เพื่อไปครอสโอเวอร์กับไดรเวอร์มิดเรนจ์ขนาด 6 นิ้ว ตามที่ทางเเบรนด์ได้วางวงจรเอาไว้ การที่ทางเเบรนด์เจาะช่องระบายเสียงเบสไว้ข้างใต้ลำโพงช่วยเพิ่มพื้นที่การระบายอากาศออกจากกรวยลำโพง ผลพลอยได้คือ ไดรเวอร์เบสของพวกเขาจะสามารถดึงเบสได้ลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ครอสโอเวอร์ของสัญญาณความถี่ระดับมิดเรนจ์กับความถี่สูงๆ อยู่ที่ 3000Hz ลำโพง QR7 มีค่าความไวอยู่ที่ 90.5 เดซิเบล อยู่ในเกณฑ์ความไวปานกลางถึงสูง ให้อิมพิแดนซ์ที่ 6 โอห์ม สเปกที่กำหนดมาแบบนี้เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ฟังหลากหลายระดับ เนื่องจากแค่นำ QR7 ไปจับคู่กับแอมพลิฟลายเออร์ขนาดกำลังพอดีๆ ก็ได้ประสิทธิภาพเสียงระดับเต็มแบบไม่ต้องอัปเกรดให้วุ่นวาย

ฟังกันให้รู้ชัดไปเลย ว่าเสียงลำโพงระดับเรือธงของซีรีส์ QR เป็นอย่างไร

ลำโพงรุ่น QR7 เป็นลำโพงที่ผมตั้งหน้าตั้งตารอในการทดสอบสมรรถนะของเขาเองมากที่สุด นับตั้งแต่การเปิดตัวที่ งาน Munich High-End Show และวันนี้ก็ได้มีโอกาสมาทดสอบสมรรถนะทางเสียงของเขาสักทีหลังจากรอคอยมานาน โดยหลังจากได้ตัวลำโพง QR7 มาอยู่กับเรา ผมอาศัยเวลาประมาณ 2-3 วันในการพยายามปรับจูน หาอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับเขา และพบว่าอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการจับคู่กับเขาคือการใช้ Total DAC Amp 1 จำนวน 2 เครื่อง ให้กำลังวัตต์ที่ 160W ด้วยอิมพิแดนซ์ที่ 8 โอห์ม พ่วงกับ Pre Amp/ DAC ของ Leema Libra และสตรีมเมอร์ของ Stack Audio ที่อุปกรณ์ตัวหลังสามารถเข้าถึง Network ที่เฉพาะเจาะจงและคัดสรรซึ่งไฟล์เสียงคุณภาพที่ดีที่สุดเท่านั้น ในบางบทเพลงเราเลือกใช้เทิร์นเทเบิลของ Technics 1200G ผ่านหัวเข็ม Hana U Mami และปรีโฟโน LAB12 Melto เพิ่มประสบการณ์เสียงแอนะล็อกในการรีวิวครั้งนี้ โดยสายลำโพงที่เราไว้วางใจและแม็ตชิ่งกับเครื่องได้ดีคือสายลำโพงของ Atlas ที่ทำมาจาก Tellurium Q Silver Diamond ทั้งสายไฟหลักและสาย Interconnect นอกจากนี้เราเพิ่มความเสถียรในระบบให้ห้วงอารมณ์ระหว่างรับฟังให้การรีวิวของเราไม่สะดุด ด้วยการนำเครื่องกรองไฟ Torus Power มาใช้ ป้องกันสัญญาณรบกวนตลอดระยะเวลาการฟังเพลง

เราประเดิมการทดสอบสมรรถนะเสียงของ QR7 ด้วยการเปิดบทเพลง Roucky ของ Ali Farka Touré จากอัลบั้ม The Shock ซึ่งอัลบั้มนี้บันทึกเสียงออกมาได้ค่อนข้างเบา แต่ลำโพง QR7 สอบผ่าน ถ่ายทอดเสียงรายละเอียดของชิ้นดนตรีได้ดี โดยเฉพาะสัญญาณความถี่ระดับกลางสูงถึงสูงมาก ได้ยินแล้วจินตนาการด้วยหูถึงจังหวะการขยับนิ้วในแต่ละเฟรตบอร์ด ที่วางช่องคอกีตาร์เอาไว้ได้ ทั้งยังได้ภาพของเวทีเสียงที่มีระยะ หรือ Space ที่ดี ได้ยินถึง “บรรยากาศ” ในห้องอัดต้นฉบับ จังหวะที่นิ้วของ Ali Farka Touré โชว์เทคนิคการดันสายหรือ Bending ช่อง Top Strings ลอยฟุ้งแหลมแบบไม่แห้ง หลุดตู้ออกมาในระยะสูง-กลางของเวทีเสียง เสียงร้องอันโปร่งบางลอยอยู่ในระยะตรงกลางกำลังดี ประมาณเท่าระดับ Ear Level เมื่อบทเพลงขับขานไปเรื่อยๆ อีกหนึ่งโทนเสียงที่สัมผัสได้คือ ไม่ว่าในการมิกซ์เสียงนี้จะเน้นบางจังหวะให้โด่งหรือคงความเป็นธรรมชาติของเสียง ให้เราฟังแล้วรับรู้ได้ถึงอากัปกิริยาของนักดนตรีในห้วงขณะการบรรเลง QR7 จะยึด Sense of Space ในเรื่องระยะช่องไฟ ให้มวลอากาศมาโอบล้อมเราคล้ายกำลังนั่งฟังการบันทึกเสียง/การแสดงสดตรงหน้าได้ดีมาก โน้ตดนตรีฉีกตัวออกมาได้กว้าง ไม่แออัดทับซ้อนกัน หรือให้โน้ตแต่ละตัวที่ชิดกันเกินไปจนสูญเสียรายละเอียดของหัวโน้ต เป็นอิทธิพลมาจากทวีตเตอร์แบบ AMT ของเขานั่นเอง

ผมทำการเปิดเพลง Riddles ของ The Les Claypool Frog Brigade ในอัลบั้ม Live Frogs เป็นลำดับถัดมา โดยยึดระดับความดังเท่าเดิม ไม่ไปขยับหมุนปุ่มวอลลุ่มเพิ่ม/ลดใดๆ แทร็กเพลงนี้จะโดดเด่นในเรื่องของรายละเอียดของดนตรีที่สลักซับซ้อนเป็นพิเศษ ชิ้นดนตรีต่างๆ จะเต้นรำลอยออกมาล้อมโน้ตเสียงต่ำหรือเสียงทุ้มของกีตาร์เบสจากลวดลายของ Les Claypool ที่โชว์ผลงานผ่านเพลงนี้ได้อย่างน่าจับใจ ลำโพงทั่วไปเมื่อเราเปิดเล่นด้วยเสียงที่เบาลงจะแทบไม่ได้ยินเสียงเบสแล้ว แต่ลำโพงรุ่น QR7 กลับสามารถทอดหางเสียงทุ้มต่ำลงไปได้ลึกกำลังดี น้ำเสียงโดยรวมออกมาสมดุล เห็นโน้ตเเต่ละตัวเล่นตามช่องไฟในแต่ละ Rhythm Section ที่แบ่งไว้ได้อย่างชัดเจน กระชับ จังหวะเเน่น ไม่มีเสียงเบสหอน กระพือหรือบวมล้นจนขุ่นมัว บทเพลงนี้ของ The Les Claypool Frog Bridgade เป็นเพลงปราบเซียนจริงๆ เพราะรายละเอียดความเป็นดนตรีแน่นมากๆ แถมแต่ละเครื่องดนตรีเขาบรรเลงเล่าเรื่องด้วยจังหวะของตัวเองไปพร้อมๆ กันอีก ยิ่งเปิดฟังในระดับความเบาประมาณนี้ ถ้าเบสเฉื่อยหรือเนือยรับรองว่าเสียงจะฟ้องออกมาแน่นอน แต่ลำโพง QR7 ของ AUDIOVECTOR ยัง ‘เอาอยู่’ พร่างพรายรายละเอียดปลีกย่อยออกมาให้ฟังแล้วรู้ว่าเครื่องดนตรีอะไรเป็นอะไร ให้ปริมาณเสียงเบสที่ลึกแบบมีกำลังวังชามากพอ ด้วยการตอบสนองที่ฉับไว ให้เรารู้สึกสะท้าน สนุก ตื่นเต้น จนต้องเคาะเท้าตามจังหวะดนตรีไปอย่างเพลิดเพลิน เนื่องจากบทเพลงนี้เป็นเวอร์ชันการเเสดงสด ผมคิดในใจดังๆ ว่า ระดับเสียงแค่นี้ยังรู้สึกถึงมวลอากาศรอบตัวโน้ตแผ่ออกมาโอบรอบตัวเราได้เหมือนกำลังอยู่ในฮอลล์ได้ขนาดนี้ ถ้าเร่งวอลลุ่มให้ดังขึ้นจะจะน่าฟังขนาดไหนกันนะ?

โทนเสียงของ QR7 ทำให้ผมนึกถึงลำโพงรุ่นใหญ่ (กว่า) จากผู้ผลิตลำโพงไฮเอนด์เจ้าเดียวกันอย่างลำโพงรุ่น R3 และ R6 ความคล้ายคลึงกันตรงนี้แสดงว่า AUDIOVECTOR เขาพูดถูกจริงๆ ที่ว่าลำโพงเรือธงรุ่น QR7 ตัวนี้สามารถส่งมอบประสบการณ์การฟังเพลงระดับซูเปอร์ไฮเอนด์ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า แต่เพื่อขุดคุ้ยสมรรถนะของเสียงให้ลึกลงไปอีกขั้น ผมจึงหยิบแทร็กเพลงของสุดยอดโปรดิวเซอร์ชาวเยอรมันอย่าง The Bionaut ในบทเพลง Everybody’s Kissing Everyone มาเพิ่มความเข้มข้นในการทดลองฟังครั้งนี้ พร้อมเร่งวอลลุ่มให้ดังสนั่นขึ้นไปอีกหน่อย แน่นอนว่าสาวกเพลงเฮาส์ โดยเฉพาะสายเอซิดเฮาส์ต้องคุ้นเคยกับชื่อของ Jörg Burger หรืออาจจะคุ้นเคยกับฉายา The Bionaut กันมาบ้าง และในบทเพลง Everybody’s Kissing Everyone ก็ฟุ้งไปด้วยกลิ่นอายเพลงป๊อปที่ล้ำไปอีกขั้น ไม่ใช่ป๊อปจ๋าๆ ที่มีท่อนฮุคติดหูฟังง่ายจนเกินไป ด้วยการรีมิกซ์กับจังหวะการเเดนซ์จัดๆ คงลักษณะดนตรีเฮาส์ที่เน้นจังหวะซ้ำๆ เล่นวนสะกดจิตเราซ้ำไปซ้ำมา เป็น Experimental Music ที่สนุกสนาน สดใหม่ ครองใจคอเพลงชาว 90s ในยุคนั้นที่ดนตรีเฮาส์กำลังเป็นที่นิยมในนักฟังเพลงกระเเสหลักพอดี ผมเลือกเพลงนี้มาเปิดผ่าน QR7 เนื่องจาก Everybody’s Kissing Everyone มีเสียงเบสที่มีเอกลักษณ์ ไม่แน่ใจว่า Synth ที่ใช้เป็นเอฟเฟ็กต์ประเภทใดแต่มักเป็นลักษณะที่เรามักได้ยินใน House Production ยุคแรกๆ และ QR7 ก็สามารถกลั่นเสียงเบสจากสัญญาณต้นฉบับออกมาได้อย่างไหลลื่นแบบไม่ต้องพยายามเค้นจนเกินไป เบสที่ได้เป็นเบสที่เร็วและกระชับตัว ชักเบสได้ลึกกำลังดี แต่ผมแอบรู้สึกว่าในท่อนที่เครื่องดนตรีหลายชิ้นบรรเลงรัวไปพร้อมกัน เสียงเบสจาก QR7 จะมีความกลืนไปกับเสียงเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ อยู่เล็กน้อย (จุดนี้เป็นข้อแตกต่างระหว่าง QR7 กับ R3 และ R6 ก็ว่าได้ครับแต่ไม่ได้เป็นข้อด้อยแต่อย่างใด) โดยรวมเสียงเบสให้ความรู้สึกอิ่มที่กลมกล่อมไปกับเสียงกลาง เน้นเบสในกำลังและปริมาณที่เหมาะสมเพื่อคงซึ่งความสนุกและเร้าใจเช่นเดิม ทว่าเมื่อเครื่องดนตรีอื่นๆ ทำหน้าที่พระรอง ให้โน้ตดนตรีความถี่ต่ำได้เป็นพระเอก หรือยามที่เสียงเบสตั้งอยู่ในระยะ Centre Stage เราจะได้เสียงทุ้มต่ำจะทิ้งตัวลงลึกในจริตที่งดงามและหยดย้อยมากๆ

ผมเลือก Original Version ของ Tantra วงดิสโก้ป๊อปจากอิตาลีที่ได้กับบทเพลงยอดฮิตที่เหล่าดีเจในยุค 80s ต่างเทใจเปิดแทบทั่วทุกคลับในนิวยอร์กอย่างบทเพลง Hills of Katmandu มาเปิดฟังเป็นลำดับถัดมา เร่งวอลลุ่มเสียงให้ดังสนั่นก้องห้องฟังเพลง อย่างแรกเลยที่พบคือ “เปิดได้ดังมาก” ให้ดนตรีดิสโกจังหวะสนุกกระหึ่มก้องทั่วทุกมุมห้อง ถึงห้องฟังเพลงของเราจะมีขนาดที่ใหญ่เป็นพิเศษแต่เปิดดังขนาดนี้ก็มีแอบกังวลว่าเบสจะล้นห้องจนบวมเบลอหรือเปล่า…แต่ผิดคาดครับ เพราะโน้ตทุ้มต่ำไม่ออกอาการพร่ามัว ไม่มีจังหวะไปนที่ฟังแล้วรู้สึกอึดอัดไม่ผ่อนคลายเลย เสียงเครื่องกระทบในบทเพลงนี้เสนาะหูมากๆ เมื่อฟังผ่าน QR7 ได้รายละเอียดหางเสียงที่ยอดเยี่ยม สามารถให้เสียงเครื่องดนตรีออกแต่ละแชนแนลสลับไปมา ซ้าย-ขวาได้ด้วยโฟกัสที่คมกริบ ให้เสียงกลองกระเดื่องและกีตาร์เบสลอยตัวมาอยู่ในระยะกึ่งกลางระหว่างลำโพง ซึ่งให้เราปล่อยใจโยกย้ายสนุกไปกับจังหวะได้เสมอ เป็นลำโพงที่มีบาลานซ์ของเสียงแต่ละย่านได้ยอดเยี่ยมมากๆ ขึ้นหิ้งเป็นลำโพงคู่ใจของผมได้เลย เพราะไม่ว่าวอลลุ่มที่เราเปิดจะดังแค่ไหน เสียงเบสที่เราได้ยินยังคงฟังแล้วสนุก ทรวดทรงดี มีน้ำหนักอิมแพ็กในโฟกัสที่ชัดเจน มีความ Well-Balance กำลังดีครบทั่วทุกย่าน ข้อสังเกตก่อนหน้าที่ว่า เสียงเบสของเขาดูสุภาพ อ่อนหวานและกลมกลึง อาจจะเป็นผลมาจากห้องฟังของผมที่มีขนาดใหญ่ ดังนั้นในห้องฟังเพลงทางบ้านขนาดปกติทั่วไป น่าจะได้อรรถรสของเสียงทุ้มจาก QR7 ในรูปแบบที่ดำดิ่ง อึกทึก กระเเทกกระทั้นแบบไม่เสียความเป็นดนตรีได้มากกว่าแน่นอน

ในทุกแทร็กเพลงบ่งชี้ให้เห็นว่า อรรถรสทางน้ำเสียงของ QR7 ลำโพงเรือธงรุ่นล่าสุดในซีรีส์ QR ของ AUDIOVECTOR ตัวนี้ โดดเด่นในศักยภาพการคลี่คลายรายละเอียดหางเสียงแหลม หรือเสียงที่มีความถี่สูงได้กังวานดีมาก สมราคาคุยถึงเทคโนโลยีสุดล้ำในตัวขับสัญญาณความถี่สูงพิเศษแบบ AMT จริงๆ ทั้งยังลากหางเสียงระดับ Mid-Band และ Upper-Bass ได้กว้างและลึก ระยิบระยิบลอยหลุดตู้ออกมา ไม่ว่าจะเร่งวอลลุ่มความดังไปสุดระดับไหนน้ำเสียงที่ QR7 กลั่นออกมาไม่มีคำว่า ‘เสียงเพี้ยน’ เลยสักนิด และไม่มีออกอาการว่าขับไม่ไหวจนฟ้องผ่านเสียงที่พร่าเบลอ ยิ่งเร่งเสียงให้ดังขึ้น ยิ่งเป็นการเติมน้ำทิพย์ชโลมโน้ตดนตรีให้เต้นรำได้อย่างมีกำลังวังชา มีชีวิตชีวา และดูสนุกสดใสมากขึ้น เราเปิดลำโพง QR7 เล่นเพลงหลากหลายแนวให้ลำโพงได้เข้าใจกับรูปแบบเสียงหลายรูปแบบมากขึ้น นอกจากจะเปิดเพื่อทำการเบิร์นลำโพงแล้ว การที่ผมปล่อยไหลให้เขาเล่นเพลงไปเรื่อยๆ อีกสักพักใหญ่ มาจากปัจจัยเรื่อง ‘ความสุนทรีย์’ ล้วนๆ เพราะน้ำเสียงของ QR7 เขามีเสน่ห์เฉพาะตัว โทนเสียงนี้ชวนให้ผมนึกถึงน้ำเสียงของลำโพงในซีรีส์ที่สูงกว่าอย่าง R6s แต่ทีเด็ดอยู่ตรงที่ เจ้า QR7 มีราคาค่าตัวที่เข้าถึงได้

AUDIOVECTOR QR7 จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีใหม่ เอาใจสายโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์

บทสรุป

สำหรับลำโพงเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดใน QR ซีรีส์อย่าง QR7 เป็นลำโพงที่ AUDOVECTOR คิดมาอย่างดีและถี่ถ้วนมากๆ อ่านใจนักฟังเพลงทั้งหลายได้ทะลุปรุโปร่งจริงๆ ว่าคนที่รักในเสียงดนตรีต้องการอะไร เป็นลำโพงที่คงความเป็นดนตรีของแต่ละบทเพลงได้ครบทุกย่านสัญญาณความถี่ เรียกได้ว่าทางทีมงานของ AUDIOVECTOR ไม่ใช่แค่ใช้ใจแต่ยังใช้หลักการวิศวกรรมศาสตร์ทางเสียงขั้นสูงเข้ามาช่วยในการสร้างสรรค์ลำโพงตัวนี้ เห็นได้จากลักษณะการบาลานซ์โดยรวมของเสียงในทุกย่าน บุคลิกของลำโพงที่หยิบยื่นประสบการณ์ดนตรีที่กลมกล่อม เสียงเบสที่ลงลึกจึงจะไม่มุดเข้าไปทะลุหน้าอกขนาดนั้น แต่ในย่านๆ อื่นๆ QR7 สามารถถ่ายทอดออกมาได้สุดเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยวมากกว่า นี่คือความตั้งใจของทางแบรนด์ในการออกแบบบุคลิกของลำโพงให้ QR7 เหมาะกับการเล่นทุกเเนวเพลง เหมาะกับนักฟังเพลงทุกสาย ห้องฟังเพลงในบ้านทุกขนาด และเหมาะกับนักฟังเพลงทุกคน

ถึงจะเปิดด้วยวอลลุ่มเสียงระดับปกติ (ค่อนไปทางเบา) กำลังขับของเขาก็ยังแรงมากพอที่จะแจกแจงรายละเอียดเสียงออกมาได้ดีมาก แต่สำหรับใครที่ชอบฟังเพลงแบบกระหึ่มมากกว่านี้ น่าจะชอบลำโพงตัวนี้เป็นพิเศษเพราะเสียงของเขาจะสนุกมีกำลังวังชามากขึ้นถ้าเราเร่งวอลลุ่มให้ดังพุ่งขึ้นไปอีก แต่ถ้าวันไหนคุณอยากได้ไออุ่นของเพลงเพราะๆ มาฟังคลอๆไปกับกิจกรรมในยามเช้าวันอาทิตย์ ขอแนะนำให้รีบจับจอง QR7 สักคู่ไว้ในครอบครองโดยด่วน เพราะเสียงหวานๆ ของเขายามเปิดเบาๆ มันชวนให้ผ่อนคลาย น่าหลงใหลไม่ไหว

โดยภาพรวมแล้ว QR7 เป็นลำโพงที่ฟังเพลงได้อรรถรสในทุกแนวเพลง คุณสมบัติเรื่องเสียงที่บาลานซ์ลงตัว รู้ใจคนรักในเสียงเพลงแบบนี้น่าจะครองใจนักฟังเพลงในวงกว้างได้ไม่ยาก เหมาะกับพื้นที่ในห้องฟังเพลงที่บ้านได้เป็นอย่างดี จะให้พรรณนาความชอบออกมายังไงก็คงไม่พอกับลำโพงตัวนี้ โดยผมใช้เวลาในการวิเคราะห์ลำโพงตัวนี้ เพื่อกรอง “ความชอบ” มาเป็นตัวอักษรให้ผู้อ่านของเรากว่า 24 ชั่วโมงเต็ม อีกทั้งยังต้องตัดสินใจว่าลำโพง QR7 ตัวนี้ยอดเยี่ยมพอที่จะคว้ารางวัล Editor’s Choice ของทาง HIFIPIG หรือไม่ เเละต้องบอกว่า การที่ AUDIOVECTOR เปิดตัวลำโพงรุ่นนี้ออกมาเป็น Dupe ของลำโพงในซีรีส์ R-Series ที่เป็นลำโพงที่ครองใจทีมงานของเราในระดับ Top Awards มาอย่างยาวนาน ให้สามารถรังสรรค์อรรถรสเสียงและความเป็นดนตรีได้เกือบเท่ากันในเวอร์ชันที่สบายกระเป๋าสตางค์มากกว่า ก็ช่วยให้ผมได้ข้อสรุปว่า ลำโพง QR7 จาก AUDIOVECTOR รุ่นนี้เหมาะสมที่จะคว้ารางวัล Editor’s Choice ของเราได้อย่างแน่นอน

แนะนำว่า อย่ารอช้า!! มาฟังกันได้เเล้วที่ Elpa Shaw Flagship Store พร้อมให้บริการ