บทความรีวิว QR7 ลำโพงตั้งพื้นรุ่นเรือธงใหม่ล่าสุดจาก AUDIOVECTOR จากนิตยสาร Stereophile
ลำโพงรุ่น QR7 ที่เปิดตัวล่าสุดในฐานะลำโพงตั้งพื้นระดับเรือธงรุ่นใหม่ในอนุกรมซีรีส์ QR จากบ้าน AUDIOVECTOR สมศักดิ์ศรีความเป็นลำโพงรุ่นท็อป

ลำโพงรุ่น QR7 ที่เปิดตัวล่าสุดในฐานะลำโพงตั้งพื้นระดับเรือธงรุ่นใหม่ในอนุกรมซีรีส์ QR จากบ้าน AUDIOVECTOR สมศักดิ์ศรีความเป็นลำโพงรุ่นท็อป ด้วยขนาดที่ใหญ่โต สูงตระหง่านในรูปแบบของลำโพง 3 ทาง รายละเอียดรอบตัวตู้ลำโพงระยิบระยับสะดุดตาด้วยการเลือกใช้ไม้วีเนียร์ ให้ผิวสัมผัสที่มีความเป็นธรรมชาติเหมือนไม้จริง มีการนำหมุดทรงกระบอก (Cylindrical Feet) มารองใต้ฐานตู้ลำโพงทั้ง 4 มุม วางบนจานรองสีดำรูปทรงสีเหลี่ยมผืนผ้าที่ติดเดือยแหลมอยู่ด้านล่างครบทุกมุมอีกขั้น เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้ตัวลำโพงดูสูงและดูไม่ตัน อีกจุดเด่นที่ AUDIOVECTOR ซ่อนเอาไว้ใน QR7 รุ่นนี้คือ Downward-Firing Rectangular Port บริเวณใต้ตู้ลำโพง ทำหน้าที่เป็นเบสรีเฟล็กซ์ให้กับวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้วทั้ง 2 ดอก ในการระบายคลื่นเสียงออกจากตัวตู้
เรามาพูดถึงองค์ประกอบของตัวขับเสียงความถี่ต่ำ หรือวูฟเฟอร์ทั้ง 2 ตัวนี่กันสักนิด ทาง AUDIOVECTOR ออกแบบกรวยลำโพง 2 ตัวนี้ให้เป็น Sandwich Cone นำโลหะอะลูมิเนียมจำนวน 2 เลเยอร์มาทำการประกบเข้ากับวัสดุในการแดมปิ้งที่แทรกอยู่ตรงกลาง แม้ว่าไดรเวอร์ของพวกเขาจะไม่มีดัสต์แคป แต่ลักษณะ Half-Roll Surrounds ของดอกลำโพงที่นูนโค้งขึ้นช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวให้มีปริมาณมากขึ้น ทางแบรนด์พูดถึง ไดรเวอร์ในลำโพงรุ่นท็อปตัวนี้ไว้ว่า “มาพร้อมกับการทำงานได้ประดุจลูกสูบแบบสมบูรณ์แบบ” ซึ่งเป็นคุณสมบัติดังกล่าวนี้เอง จะมาช่วยให้ลำโพง QR7 สามารถถ่ายทอดเสียงออกมาได้ตรงตามตัวกรอง Passband ที่ทางแบรนด์ตั้งเอาไว้ โดยไม่เกิดการ Distortion ให้เสียงออกอาการเพี้ยน แก้ปัญหาเดิมๆที่เรามักพบเจอใน Driver Unit ของลำโพงที่ทำมาจากอะลูมิเนียมหรือเพชรนั่นเอง วงจรครอสโอเวอร์ในการผสานความถี่เสียงของวูฟเฟอร์ทั้ง 2 ตัวเข้ากับไดรเวอร์มิดเรนจ์ขนาด 6 นิ้วที่อยู่ลำดับบนอยู่ที่ 425Hz ไดรเวอร์ของ QR7 มาพร้อมพิเศษเทคโนโลยีชื่อว่า Pure Piston Technology ในการควบคุมการเคลื่อนตัวของไดรเวอร์ Sandwich Cone ที่ทำจากอะลูมิเนียมให้ทำงานได้เหมือนลูกสูบขนานแท้ เป็นลิขสิทธิ์ที่ทาง AUDIOVECTOR คิดค้นออกมา ไดรเวอร์ทั้ง 3 ตัวใช้วอยซ์คอยน์แบบ Low-Hysteresis มีแม่เหล็กขนาดใหญ่กว่าปกติด้านใน และเลือกใช้ Baskets ที่มีสมบัติแข็งเป็นพิเศษแบบ Rigid Turbulence Suppressing อีกด้วย

จุดเด่นที่ต้องพูดถึงตั้งอยู่ด้านบนสุดของตู้ลำโพง คล้ายกับเพชรยอดมงกุฏก็ว่าได้ คือตัวขับสัญญาณเสียงความถี่สูงพิเศษ Air Motion Transformer รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่สามารถตอบสนองความถี่ได้กว้างและไกลถึง 3kHz ตาข่ายผ้า Dispersion Mesh สีทองแชมเปญด้านหน้าไดอะเฟรม ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดเสียงแทรกสอดหรือ Sibilants ขณะนักร้องเปล่งเสียงออกมา ทาง AUDIOVECTOR ตั้งชื่อให้กับฟังก์ชันนี้ว่าเป็น S-Stop Filter โดยกว่าจะมาเป็นลำโพงสุดหรูหราขนาดมหึมาตัวนี้ ขั้นตอนการประกอบ Driver Unit ต่างๆอาศัยการประกอบเชิงวิศวกรรมขั้นสูงที่เข้มงวดมาก เพราะดอกลำโพงของพวกเขามาพร้อมกับวงจรครอสโอเวอร์แบบ First-Order ที่ 6 เดซิเบล/อ็อกเทฟ เพื่อความเที่ยงตรงตามสูตรที่คำนวณมาไว้ในทุกๆครอสโอเวอร์ AUDIOVECTOR จริงจังในการลงทุนทำการทดสอบและทดลองในระบบต่างๆภายในมากเป็นพิเศษ เพราะคุณลักษณะที่กล่าวไปนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีขายทั่วไป และ Bought-In Drive Units ตามท้องตลาดทำไม่ได้แน่นอน Binding Posts ด้านหลังมีช่องสำหรับการเชื่อมต่อ Electronical Connection ให้เราเสียบเชื่อมต่อสายลำโพงแบบ Single Wire จำนวน 1 คู่ติดตั้งอยู่บริเวณผนังตู้ด้านหลัง แม้จะเป็นลำโพงรุ่นท็อปในซีรีส์ QR แต่ราคาค่าตัวของ QR7 ยังอยู่ในระดับ Competitive Price หรือเรียกง่ายๆว่าราคาดี ไม่แพงจนเกินไป เป็นราคาที่คุ้มค่ามากๆหากพิจารณาว่าตัวสินค้านี้ ได้รับการออกแบบและผ่านกระบวนการวิศวกรรมในประเทศเดนมาร์กแท้ๆ แรงงานฝีมือและอุปกรณ์ต่างๆในการประกอบสร้างมาเป็น QR7 ได้รับการคัดสรรมาจากอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศเดนมาร์กเท่านั้น คิดเป็นอัตรามากกว่า 50% ของกระบวนการผลิต ดังนั้นคำว่า Made in Denmark ที่เราเห็นทางแบรนด์ประทับตราระบุไว้ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า QR7 จาก AUDIOVECTOR นี้ได้รับการอนุมัติจากทางรัฐบาลประเทศเดนมาร์กว่าผลิตได้มาตรฐานสมชื่อสัญชาติเดนมาร์กจริงๆ

เซ็ตอัพ ปรับจูน และแม็ตชิ่งให้ลงตัว
อุปกรณ์หลักในการใช้ทดลองฟังเสียงของ QR7 ในครั้งนี้มาจาก Roon Nucleus พ่วงกับเซิร์ฟเวอร์ในตัวที่คอยป้อนข้อมูลเสียงมายังเน็ตเวิร์กของผม ไปยัง MBL N31 ที่เป็นทั้งเครื่องเล่นซีดี/ DAC ในตัวเดียว ต่อเข้ากับเพาเวอร์แอมป์โมโนบล็อก Parasound Halo JC1+ จำนวน 1 คู่ ที่เป็นรุ่นเรือธงของ Parasound เพื่อขับ QR7 ให้ได้เสียงออกมาเต็มที่ และใช้สายลำโพงแบบ Single Wire ของ AudioQuest Robin Hood Cable ในการเชื่อมต่อ Halo JC1+ เข้ากับลำโพง ผมทำการถอด Clothing Grilles ด้านหน้าของลำโพงออกก่อนที่จะทดลองฟัง และเมื่อทำการเซ็ตอัพตัวลำโพงเข้ากับห้องฟังเพลงของผมแล้ว สังเกตว่า QR7 เมื่อวางอยู่บนจานรองที่มีเดือยเเหลมสำหรับวางบนพื้นพรมจะทำให้ตัวขับเสียงความถี่สูง AMT จะตั้งอยู่ในระยะ 42 นิ้วจากพื้นห้อง สูงจากระยะในการนั่งฟังของผมที่ 36 นิ้วจากพื้นห้อง ดังนั้นกิริยาการนั่งฟังของผมจึงต้องขยับเอียงหูขึ้นสักหน่อยให้ระยะตรงกับหน้าทวีตเตอร์ลำโพง และพบว่าเสียงในระดับความถี่กลางสูงหรือ Upper Midrange ที่ QR7 ถ่ายทอดออกมามีความเต็มอิ่มมากๆ การเปลี่ยนผ่านของโน้ตแต่ละตัวในระดับ Low Treble เองก็มีความเนียนละเอียดมากขึ้นด้วยเช่นกัน
ทดลองฟังสุ้มเสียงฉบับ QR7
เราเลือกทดสอบสมรรถนะของ QR7 ด้วยการเปิด Editor’s Choice CD ที่รวบรวมบทเพลงในการทดสอบคุณภาพสัญญาณเสียงว่าอยู่ในระดับ Perfect Audio System มากน้อยแค่ไหน และ QR7 ก็ผ่านบททดสอบเสียงทุ้มความถี่ต่ำได้อย่างดี สามารถถอดรหัสรายละเอียดเสียงในแทร็ก 1/3 -Octave Warble Tones ออกมาได้สะอาดสะอ้านจนถึง 40Hz ในขณะที่ย่าน 62Hz และ 32Hz เหมือนจะกระชับตัวและโด่งขึ้นเล็กน้อย เป็นผลมาจากการปรับโหมดสภาพห้องฟังเพลงของผมเอง ในระดับการฟังปกติของผม ความถี่เสียงที่ 25Hz ได้ยินชัดเจนดี แต่เมื่อลงไปถึงระดับ 20Hz เป็นช่วงความถี่ที่หูผมไม่สามารถรับรู้เสียงได้แล้ว ส่วนเสียงสัญญาณเสียงรัวระดับ Warble Tone ทำออกมาได้สะอาดแบบปราศจากสีสันผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย ผมเปิดเเทร็ก Half-Step-Spaced Tonebursts ที่จะเน้นย่าน 500 Hz ไปจนถึง 1kHz จากซีดีแผ่นเดียวกันเป็นลำดับถัดมา พบว่า QR7 สามารถทอดเสียงได้ยาวแบบสะอาดๆได้จนถึง 32Hz อาจจะมีจริตการเน้นให้ความถี่เสียงในช่วงระหว่าง 512Hz และ 1kHz โด่งขึ้นมาอยู่นิดหน่อย
เราเปิดแทร็ก The Dual-Mono Pink-Noise เป็นลำดับต่อไป ต้องเกริ่นก่อนว่าเเทร็กหมายเลข 18 จาก Editor’s Choice CD นี้ใช้วัดสมรรถนะของระบบเสียงของลำโพงในแต่ละสภาพของห้องฟังเพลง ดังนั้นเเทร็กนี้จะเป็นตัวชี้วัดชั้นดีว่าลำโพงที่กำลังเปิดฟังมีตำหนิอย่างไรบ้าง ในแง่การคลี่คลายสัญญาณเสียงตามธรรมชาติของ Pink Noise ในบทเพลงนี้ โทนเสียงที่ลำโพงถ่ายทอดออกมา ควรที่จะลื่นไหลดุจสายน้ำ ไม่มีสัญญาณความถี่ใดพุ่งแหลมกระชอกแตกซ่านออกมา ตำแหน่ง Images ของเสียงที่ฟัง ควรพุ่งออกมาในระยะแคบ ช่วงกลางระหว่างลำโพง และ QR7 จะถ่ายทอดแทร็กเพลงนี้ออกมาได้ในระยะ Narrow ดังที่เราต้องการ ให้ Images ตรงกลางของเวทีเสียงที่กระชับแข็งแรง ไม่แตกซ่านแหลมออกไปจากระยะที่ควรจะเป็น เท่าเทียมเสมอทั่วทุกย่านความถี่ ในแทร็ก Channel ID และ Channel-In-Phrase (แทร็กที่ 1-2) ที่ใช้ทดสอบแชนแนลและเฟสของลำโพง ผมได้ยินเสียงเบส Fender ที่ผมเล่นในการบันทึกเสียงลงแทร็กนี้ดังออกมาอย่างมีพละกำลัง ให้ Loping Baseline ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับในท่อนเบสของมือเบสมือฉมังอย่าง Willie Weeks ในบทเพลง Hold On จากอัลบั้มเดี่ยวของ Steve Winwood ในปี 1977 เสียงเบสกีตาร์จากทั้ง 2 เพลงที่เปิดฟัง ผสมผสานความสวยงามในย่านน้ำหนักของโน้ตเพลงระดับความถี่ต่ำได้ยอดเยี่ยม ทั้งยังให้พวก Leading Edge ที่คมกริบในแต่ละจังหวะการขึ้นและหยุดของโน้ตแต่ละตัวได้ฉับไวและสมจริง
Low-Synth Bassline ใน Le Chat Noir จากฝีมือของมือแซกโซโฟนอย่าง Philippe Chrétien ในอัลบั้มที่ชื่อว่า Noir มีเนื้อหนังในน้ำหนักที่ดี ด้วยลวดลายการบรรเลงที่ไม่เค้นหรือคลายสัญญาณระดับความถี่ใดๆให้ไหลไปแบบเกินควร และในบทเพลง #thatPower ของ will.i.am ที่ได้ Justin Biebers มา Featuring ในอัลบั้ม #willpower ผมได้ยิเสียงกลองกระเดื่องเด้งดังตึงตังเต็มเหนี่ยว และท่อน Dropped-Bass Notes ก็เต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนที่เเข็งแรง สะอาดเกลี้ยงเกลา และสม่ำเสมอ แม้ว่าระดับเสียงเวจท์วัดค่าความดังสูงสุดของเสียงในรูปแบบ B-Weight SPL (Slow Ballistics) ในเพลงนี้จะพุ่งไปถึง 92.5 เดซิเบล ซึ่งดังมากๆก็ตาม
เราข้ามมาดูเรื่องของเวทีเสียงหรือ Soundtage กันต่อดีกว่า มิติเวทีเสียงของวงออเครสตา ที่ Cliffotf Curzon ได้ทำการบรรเลง Piano Concerto ร่วมกับวง London Symphony Orchestra ในการแสดงสุดยิ่งใหญ่ในปีค.ศ. 1962 ให้มิติเวทีเสียงที่ลึก โดยรวมทำได้ดีมาก เสียงดับเบิลเบสและเชลโลมีความอบอุ่น ทั้งยังช่วยให้เสียงเบสใน Left Hand Register ของมือเปียโน โดดเด่นขึ้นเป็นพิเศษ สอดรับกับเครื่องดนตรีที่ให้เสียงความถี่สูงๆได้อย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
นอกจาก QR7 จะเปล่งเสียงทุ้มในความถี่ต่ำๆได้อย่างมีน้ำหนักแล้ว ในด้านสัญญาณความถี่ระดับสูงในชุดการแสดงสดนี้ก็ยังคงความลงตัวได้ดี ทำให้ผมหวนนึกถึงลำโพงของ Q Acoustics ผู้ผลิตลำโพงชื่อดังชาวอังกฤษ กับลำโพงตั้งพื้นรุ่น Concept 50 ขึ้นมา แน่นอนว่าหลังจากที่เคยทำการรีวิวลำโพงคู่หน้า Concept 50 ตัวนั้นมาก่อนแล้ว ผมจึงหันไปคว้าแผ่นเสียงที่เคยใช้ในการทดสอบลำโพงคู่นั้น อย่างการบรรเลงบทประพันธ์ Moments Musicaux ของ Schunert ของสุดยอดนักเปียโนชาวแคนาดาอย่าง Robert Silverman มาเปิดฟังอีกครั้ง เพื่อใช้ทดลองฟังเสียงของ AUDIOVECTOR QR7 ตัวนี้ และผลลัพธ์ที่ได้ยินก็ช่วยสนับสนุนทฤษฏีความคล้ายคลึงของลำโพง 2 ตัวนี้ได้อย่างที่ผมคาดไว้จริงๆ นั่นคือเสียงเปียในในบทเพลงนี้ดู ให้มิติเสียงที่ Forward พุ่งเข้ามาเหมือนกับว่าเรากำลังรับฟังอยู่ใกล้ๆเปียโนมากกว่ามิติของเวทีจริง แต่ความสะอาดของเสียงยังคงความคมกริบ เกลี้ยงเกลา ไม่เจือสีสันบดบังรายละเอียดจากปลายนิ้วของ Robert Silverman ในทุกโน้ตที่บรรเลงออกมาแม้แต่น้อย
หลังจากใช้เวลาในการทำความรู้จัก QR7 ผ่านเสียงที่เขาเปล่งออกมาสักพัก คำพูดของ Jim Austin ที่พูดถึงลำโพง AUDIOVECTOR รุ่น R8 Arreté ถึงกลับลอยเข้ามาทันที คุณ Jim Austin ระบุว่า “จริตการถ่ายทอดสัญญาณเสียงของลำโพงจาก AUDIOVECTOR นี้เหมือนเรากำลังฟังเสียงโน้ตเบสที่ซ้อนอยู่ในเสียงเบสอีกอันอยู่เลย” และใน QR7 ตัวนี้ มันปลดปล่อยให้ใจผมทะยานไปตามความซับซ้อนของเครื่องดนตรีทุกชิ้นที่กำลังบรรเลงไปพร้อมๆกัน โน้ตเพลงเหล่านั้นที่เต้นฉีกตัวออกมาลอยฟุ้งในห้องฟังเพลง ถักทอรวมกันเป็นม่านไหมพรมวิเศษอย่างสลักซับซ้อน มีเครื่องดนตรีต่างๆที่กำลังบรรเลงทำหน้าที่เป็นช่างทอ ความดีงามของ QR7 คือเสียงอันหวานใส ให้ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปด้วยความเป็นดนตรี ผสมผสานกับความกระจ่างชัดในแต่ละโน้ตได้เป็นอย่างดี เป็นอรรถรสดนตรีที่ซับซ้อนแต่ไม่สะเปะสะปะจนผู้ฟังรู้สึกสับสน

บทสรุป
เพื่อให้แก่ผู้อ่านของเรา ‘เห็นภาพ’ ถึงศักยภาพของลำโพงรุ่นนี้ให้มากขึ้น จะขอยกลำโพงระดับเรือธงสัญชาติแคนาดาของ PSB อย่างรุ่น Synchrony T600 และ ลำโพงจาก Canton แบรนด์เครื่องเสียงชื่อดังจากอังกฤษในรุ่น Reference 7 K มาทำการเปรียบเทียบกับ QR7 สักหน่อย เนื่องจากลำโพงตั้งพื้นทั้ง 2 ตัวนี้มีราคาในฐานใกล้เคียงกับราคาจัดจำหน่ายของ QR7 ที่เราทำการรีวิวกันในบทความนี้ โดยลำโพง QR7 สัญชาติเดนมาร์กจาก AUDIOVECTOR ตัวนี้จะให้สมรรถนะของคุณภาพเสียงที่ลงตัว ‘คนละแบบ’ กับลำโพงทั้ง 2 รุ่นที่เราได้ยกตัวอย่างไว้ กล่าวคือในด้านสัญญาณความถี่เสียงระดับมิดเรนจ์ QR7 จะมีคาแรกเตอร์ที่เฉพาะตัวมากกว่าลำโพงของทาง PSB ขณะที่สัญญาณความถี่สูงๆกลับมีลักษณะแบบ Neutral-Sounding มากกว่าลำโพงตั้งพื้นจาก Canton จุดเด่นอีก 2 ประการที่ QR7 ทำได้ดีมากกว่าลำโพงระดับไฮเอนด์ทั้ง 2 ยี่ห้อนั้นก็คือ ความสามารถในการทอดหางเสียงได้ยาวและไกลมากกว่า และคุณลักษณะการพร่างพรายรายละเอียดเสียงในคลื่นความถี่ต่ำของเขา จะได้อรรถรสในเชิง Powerful-Sounding มากกว่านั่นเอง เสียงเบสจึงมีทรวดทรงและน้ำหนักที่เอาเรื่องมากกว่า สรุปแล้วราคาของ QR7 ลำโพงตั้งพื้นรุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีส์ QR ของ AUDIOVECTOR อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่า ‘กำลังดี’ เต็มไปด้วยคุณภาพและประสบการณ์การฟังเพลงที่ ‘เกินราคา’ ไปมากด้วยซ้ำ สำหรับแฟนๆของ AUDIOVECTOR หรือผู้ที่กำลังพิจารณาเลือก QR7 เข้าไปประดับห้องฟังเพลงและยกระดับอรรถรสความเป็นดนตรีในบ้านอยู่นั้น ขอแถมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากประสบการณ์ที่ได้ทดลองฟังด้วยตัวเองไว้สักนิดว่า QR7 จะคายมนต์เสน่ห์ของเสียงในรูปแบบของเขาเองออกมาได้กระหึ่มและถึงใจที่สุดเมื่อนำเปิดฟังในห้องขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ดังนั้นหากขนาดห้องฟังเพลงของคุณตรงตามทริคเล็กๆที่ผมนำมาฝากนี้ หรืออยากไปลองสัมผัสประสบการณ์เสียงของ QR7 ด้วยตนเองก่อนสักที แนะนำให้ว่า ‘อย่ารอช้า’ มาลองฟังกับเราได้ที่ Elpa Shaw